ผลค้างเคียง ที่ไม่ดี ในการทำเสน่ห์ที่เรานั้นอาจจะยังไม่รู้

การทำเสน่ห์นั้นเราคงจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นหนึ่งในความเชื่อที่มีอย่างยาวนาน และ ในเรื่องของพิธีกรรมสถานที่ ที่ทำเสน่ห์ ต่าง ๆ รวมถึงการใช้อำนาจคุณไสยต่าง ๆ แม้แต่ในปัจจุบันก็ตามก็ยังมีความเชื่อในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นการทำคุณไสย์นั้นต่างมีข้อดี และ ข้อสียด้วยเช่นเดียวกันนั้นเอง  ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาพูดถึง ผลค้างเคียง หรือ สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หากเกิดความผิดพลาดในการทำเสน่ห์ และ คุณไสย์นะครับ   เป็นบาปติดตัว   เรื่องของบาป บุญ คุณ โทษ นั้นเรารู้ดีว่าไม่มีอะไรที่พิสูจน์ ได้เลย และ หนึ่งในสิ่งที่อาจะเกิดขึ้นในการทำเสน่ห์นั้นคือ “การมีบาปติดตัวตลอดชีวิต” ซึ่งถ้าถามว่าทำไมถึงเป็นบาปเพราะว่าถ้าหากว่าเราทำเสน่ห์ด้วยเหตุผลเหล่านี้จะทำให้เรานั้นบาปติดตัวไปตลอดนั้นคือ การทำเสน่ห์เพื่อผิดลูก ผิดเมียคนอื่น  การทำเสน่ห์เพื่อต้องการกักขังหน่วงเหนี่ยว การทำเสน่ห์เพื่อต้องการทำร้ายร่างกาย และ ยังมีอีกหลากหลายเหตุผลที่จะทำให้การทำเสน่ห์นั้นมีบาปติดตัวเรา   การเป็นคนสติไม่ดี   เป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่ยังไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าหากว่าการทำเสน่ห์นั้นจะเกิดความผิดพลาด และ จะมีสติที่ครบถ้วน หรือ อาจจะกลายเป็น “คนบ้า” ได้นั้นเองไม่ว่าจะเป็นทั้งตัวผู้ทำเสน่ห์ให้ หรือ ผู้ที่โดนทำเสน่ห์ และ แม้แต่ผู้ที่ขอร้องให้ทำเสน่ห์เองก็มีสิทธิ์ที่จะกลายเป็นคนที่มีสติไม่ครบถ้วนได้นั้นเอง   เสียชีวิต   อีกหนึ่งผลค้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้เลยนั้นคือ “การเสียชีวิต” ของทั้งผู้ที่ทำเสน่ห์  หรือผู้ที่ถูกทำเสน่ห์เพราะเกิดความผิดพลาด โดยสำหรับผู้ที่ถูกทำเสน่ห์นั้นจะเกิดขึ้นได้ง่ายมากหากว่าคนที่ทำเสน่ห์ใส่ตัวเขานั้นจากโลกไปก่อน ตัวผู้ที่โดนทำเสน่ห์ใส่นั้นก็พร้อมจะจากโลกไปนี้ตามไปอย่างไม่ลังเล เนื่องจากว่ารักมาก  เสียการ …

ข้อดีการจ้างผู้รับเหมาบริการรับสร้างบ้าน

 สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะมีบ้านเป็นของตัวเอง ปัจจุบันก็มีอยู่หลายทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านในโครงการไม่ว่าจะเป็นบ้านใหม่หรือมือ 2  หรือบ้านนอกโครงการที่มีการประกาศขาย และที่เรากำลังจะพูดถึงก็คือผู้ที่ต้องการจะสร้างบ้านเองโดยมีที่ดินอยู่แล้ว โดยการสร้างนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือจ้างผู้รับเหมา ซึ่งเราจะมาพูดถึงข้อดีการจ้างผู้รับเหมาบริการรับสร้างบ้านกัน   ผู้รับเหมาในปัจจุบันนั้นหลัก ๆ ก็แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทก็คือ  1. แบบที่ดำเนินการในลักษณะรูปแบบของบริษัทอย่างชัดเจน มีการรับสร้างบ้าน หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ เป็นหลัก  2. แบบที่รับสร้างบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทำแบบนิติบุคคล แบบนี้จะมีการดำเนินการที่ค่อนข้างจะครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบ้านใหม่ หรือมีแบบบ้านสำเร็จให้เลือกสร้าง โดยมีทีมงานครบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการตลาด ฝ่ายขาย มีวิศวกรควบคุมงาน และมีสถาปนิกที่คอยออกแบบบ้านให้กับลูกค้า รวมไปถึงช่างที่มีประสบการณ์  3. ผู้รับเหมาบริการรับสร้างบ้านที่รับงานด้วยตัวเอง ผู้รับเหมาประเภทนี้เรามักจะเห็นในงานก่อสร้างทั้งหลัง รวมไปถึงการเติมส่วนต่าง ๆ ของบ้านเช่น โรงรถ ทำรั้ว ทำกันสาดเป็นต้น ซึ่งผู้ที่รับงานก็จะเป็นช่างที่มีฝีมือ และประสบการณ์สูงหลาย ๆ ส่วนใหญ่ผ่านงานกับ บริษัทรับเหมา และแบบนิติบุคคลมาแล้ว  ซึ่งผู้รับเหมาทั้ง 3 ประเภทก็ถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างบ้าน เพราะนอกจากที่จะมีฝีมือที่ดี มีประสบการณ์สูง ยังต้องเข้าใจถึงความต้องการของผู้ที่ต้องการจะสร้างอย่างถ่องแท้  ข้อดีของการใช้บริการรับสร้างบ้านจากผู้รับเหมา  ​ แน่นอนว่าข้อดีจากการจ้างผู้รับเหมานั้นมีจุดเด่นที่แตกต่างออกไปจากการซื้อบ้านแบบสำเร็จรูปพร้อมขายดังนี้   ผู้ว่าจ้างสามารถยืดหยุ่นได้เช่นการเพิ่มเติมแบบบ้านได้โดยที่สามารถพูดคุยต่อรองในเรื่องราคากับผู้รับเหมาได้โดยตรง แต่หากเลือกซื้อบ้านแบบสำเร็จรูปหากจะต่อเติมหรือเพิ่มเติมก็ต้องจ่ายมากกว่าก็ต้องจ่ายต่างหาก เพื่อจ้างช่างในการดำเนินการ   ผู้ว่าจ้างสามารถวางงบประมาณได้อย่างต้องการ รวมไปถึงการต่อรองราคากับผู้รับเหมาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยหากไปซื้อบ้านแบบสำเร็จรูป   ผู้ว่าจ้างสามารถเลือกใช้วัสดุในการก่อสร้างได้ตามที่ต้องการ รวมถึงสามารถตรวจงาน และความคืบหน้าได้อย่างเต็มที่   ส่วนใหญ่ผู้รับเหมาจะเหมาทั้งค่าแรงรวมไปถึงวัสดุในการก่อสร้าง ทำให้ผู้ว่าจ้างสามารถควบคุมงบประมาณได้ ทำให้งบไม่บานปลายหาก …

กำจัดปลวกแบบไร้สารเคมี ด้วยวิธีธรรมชาติ

ปัญหาที่หนักอกหนักใจสำหรับคนรักบ้าน ก็คงไม่พ้นการที่ปลวกจอมแทะที่มักจะมาสร้างความเสียหายให้กับตัวบ้าน โดยเฉพาะบ้าน และเฟอร์นิเจอร์ ที่ทำจากไม้ วิธีแก้ปัญหาก็คือต้องจ้างบริษัทมากำจัดปลวก แต่ก็มีเจ้าของบ้านหลาย ๆ คนเกี่ยวกับสารเคมีที่อาจจะตกค้างที่อาจจะส่งผลต่อสุขภาพได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือกำจัดปลวกด้วยวิธีธรรมชาติ ซึ่งก็มีดังนี้  ใช้ใบขี้เหล็ก  วิธีนี้ให้ใช้ใบขี้เหล็ก 5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยนำใบขี้เหล็กมาทำให้ละเอียด แล้วนำไปผสมกับน้ำเปล่า แล้วนำไปใส่ขวดพ่นสเปรย์ หรือถังสำหรับพ่น แล้วน้ำไปฉีดบริเวณที่ปลวกขึ้น ประมาณ 1สัปดาห์ ปลวกก็จะค่อย ๆ หายไป  กำจัดปลวกด้วยน้ำส้มสายชู  วิธีนี้หากต้องการให้ใช้ได้ผลมากขึ้นควรบีบมะนาวลงไปผสมกับน้ำส้มสายชูด้วย โดยใช้มะนาวครึ่งลูก ต่อน้ำส้มครึ่งถ้วย หลังจากน้ำผสมลงไปในน้ำเปล่าในปริมาณที่เท่ากัน แล้วจำไปใส่ขวดสเปรย์ แล้วนำไปพ่นบริเวณที่พบปลวก ไม่นานปลวกก็จะหายไป   ใช้น้ำมันสะเดา  วิธีนี้อาจจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนักเพราะเห็นผลช้า การพ่นก็ต้องโดนตัวปลวก แต่ข้อดีก็คือน้ำมันสะเดาจะช่วยในการหยุดแพร่พันธุ์ของปลวก วิธีทำคือใช้น้ำมันสะเดาพ่นหรือทาบริเวณที่เป็นไม้ หรือจุกที่มันชอบมากัดกิน   สมุนไพรพื้นบ้าน  สมุนไพรพื้นบ้านก็เป็นจำพวก ข่า ตะไคร้ กระเทียม หอมแดง เครื่องเทศต่าง ๆ ก็สามารถกำจัดปลวกได้เช่นกัน วิธีทำก็คือนำไปบดหรือปั่นรวมกันให้ละเอียด จำนวน 2 กก. แล้วนำไปผสมกับเหล้าขาว 35 ดีกรี 1 ขวด หลังจากน้ำเติมน้ำเปล่าเข้าไปผสมอีก 20 ลิตร ปิดฝาภาชนะให้แน่น ทิ้งไว้ประมาณ …

ไขข้อสงสัยธุรกิจร้านดอกไม้ มีรูปแบบอย่างไรบ้าง

ในปัจจุบันการมอบดอกไม้ ถือเป็นอีกหนึ่งในสัญลักษณ์ที่จะสามารถพบเห็นได้บ่อยครั้ง ดังนั้นดอกไม้จึงเป็นบทบาทที่สำคัญต่อชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมาก อีกทั้งคงไม่มีผู้หญิงคนไหน ที่ไม่ชอบดอกไม้อย่างแน่นอน จึงทำให้ในปัจจุบันมีธุรกิจ ร้านดอกไม้ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และเมื่อในเทศกาลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น วันวาเลนไทน์ วันรับปริญญา ดอกไม้เหล่านี้มักจะมีราคาที่สูงขึ้นเป็นเท่าตัว แต่ถึงแม้จะมีราคาแพงขนาดไหน ก็ไม่ได้ทำให้ลูกค้าลดน้อยลง เพราะฉะนั้นวันนี้ไปดูรูปแบบการเปิดให้บริการร้านดอกไม้กันเลยดีกว่า  ทำความรู้จักกับรูปแบบธุรกิจร้านดอกไม้  ธุรกิจการรับดอกไม้มาขายแบบง่าย ๆ : สำหรับใครที่ยังไม่มีความรู้ในเรื่องของดอกไม้มากมายนัก บวกกับยังไม่มีเงินทุนมากเพียงพอต่อการเปิดธุรกิจ แต่ต้องการขายดอกไม้ การรับดอกไม้มาขายแบบง่าย ๆ นั้น ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะถึงแม้จะเป็นแค่การหาลูกค้า การรับดอกไม้มา และขายออกไป ก็สามารถเพิ่มมูลค่าการซื้อขายได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว และยิ่งขายเป็นช่วงเทศกาล หรืองานสำคัญ กำไรที่ได้นั้น จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวแน่นอน  ธุรกิจขายดอกไม้ และจัดช่อดอกไม้ : ถ้าหาเจ้าของธุรกิจท่านไหนที่พอจะมีความรู้อยู่บ้าง บวกกับมีเงินทุนมาพอสมควรที่จะเปิดธุรกิจร้านดอกไม้เองได้ และที่สำคัญเจ้าของกิจการมีความสามารถในการจัดช่อดอกไม้ได้ การเปิดธุรกิจร้านดอกไม้ จะเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ง่ายเลยทีเดียว เนื่องจากการจัดดอกไม้จะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ดอกไม้ที่มีราคาไม่แพง เมื่อมารวมกันเป็นช่อแล้ว จะให้ราคาสูงได้อย่างไม่น่าเชื่อ อย่างเช่น ราคาดอกไม้ในช่อรวม ๆ กันอาจจะแค่หลักร้อย แต่เมื่อมีการจัดตกแต่งเพิ่มความสวยงามให้แก่ช่อดอกไม้ลงไป อาจจะขายได้ในราคาหลักพันเลยทีเดียว  สำหรับธุรกิจร้านดอกไม้ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะต้องมีการบริการที่ดี เพราะส่วนใหญ่แล้วร้านดอกไม้จะมีลูกค้าขาจรค่อนข้างเยอะ ดังนั้นเจ้าของกิจการควรจะมีความรู้ และแนะนำลูกค้าได้ว่า ดอกไม้ชนิดไหนเหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน รวมทั้งเอกลักษณ์ของดอกไม้เป็นอย่างไร เพื่อเป็นตัวช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น   อีกทั้งในเรื่องการจัดช่อดอกไม้ ควรจะสอบถามลูกค้าก่อนว่า ชื่นชอบช่อดอกไม้รูปแบบใด เพื่อที่จะจัดให้ตรงตามความต้องการให้มากที่สุด ดังนั้นหากใครที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจร้านดอกไม้ จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ และมีความชื่นชอบในเรื่องนี้เป็นหลัก เพราะจะต้องศึกษารายละเอียดของดอกไม้ …

บอกขั้นตอนการเตรียมตัวตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

สำหรับการตรวจสุขภาพทั่ว ๆ ไป หรือการตรวจสุขภาพประจำปี จะเป็นสิ่งที่ทุก ๆ ท่านจำเป็นต้องตรวจ เนื่องจากจะเป็นการตรวจเพื่อหาความผิดปกติของร่างกาย อีกทั้งหากพบสิ่งผิดปกติจะสามารถแก้ปัญหา หรือรักษาได้ทันเวลา ดังนั้นโดยส่วนใหญ่แล้ว หากจะมีการสมัครงาน ก่อนเข้าทำงานทางบริษัทมักจะให้พนักงานไป ตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน ให้เรียบร้อยเสียก่อน เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจจะก่อให้เกิดความขัดข้องในการทำงาน ดังนั้นไปดูวิธีการเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพกันเลยดีกว่าว่า จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง  วิธีการเตรียมตัวก่อน ตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน  1. การเตรียมตัวในการตอบคำถาม โดยส่วนใหญ่แล้วการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน ในขั้นตอนแรก จะเป็นขั้นตอนของการซักประวัติ ดังนั้นผู้ตรวจจะต้องเตรียมตัวในการตอบคำถามเอาไว้ ก่อนจะเข้าโปรแกรมการตรวจสุขภาพ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแพทย์มักจะมีการถามคำถาม ดังนี้  ประวัติการอาหาร แพ้ยา หรือสารอื่น ๆ ตามที่ตนเองทราบ  ยา อาหารเสริม รวมถึงสมุนไพรต่าง ๆ ที่ตนเองใช้อยู่ในปัจจุบัน หรือเคยใช้ในช่วงระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา  แจ้งพฤติกรรมการออกกำลังกาย อย่างเช่น มีการออกกำลังกายวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน หรืออื่น ๆ เป็นต้น  แจ้งพฤติกรรมเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ รวมทั้งการดื่มแอลกอฮอล์ ความถี่ของการใช้งาน รวมทั้งปริมาณในการใช้  อาการผิดปกติต่าง ๆ ที่สามารถพบได้ด้วยตนเอง หรือปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกี่ยวข้องต่อปัญหาสุขภาพ อย่างเช่น อาการเจ็บปวดต่าง ๆ ตามร่างกาย …

สินค้าแม่และเด็กที่ไม่จำเป็นต้องซื้อ

หากว่าเอ่ยถึงความฝันอันสูงสุดของคุณพ่อคุณแม่ ก็คงจะไม่มีเรื่องใดที่สำคัญมากไปกว่าการที่เจ้าตัวเล็กเติบโตแข็งแรง และสมวัย เพราะว่าการที่จะมีลูกสักคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเอาเสียเลย  จะดีแค่ไหนหากว่าการเลือกซื้อสินค้าแม่และเด็กอย่างเหมาะสม จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เซฟเงินได้ อีกทั้งยังช่วยให้ใช้เงินให้เกิดประโยชน์ มาดูพร้อมๆ กันดีกว่าว่าสินค้าแม่และเด็กอะไรบ้างที่ยังไม่จำเป็นจะต้องรีบซื้อ ซึ่งมีดังต่อไปนี้  1.เครื่องอุ่นนม  สำหรับคุณแม่ท่านใดที่เลี้ยงลูกเอง อาจจะเห็นว่าการมีเครื่องอุ่นนมดูจะดีกว่าไม่มี ทั้งที่แท้จริงแล้วในกรณีที่คุณแม่เลี้ยงลูกเอง ก็ไม่จำเป็นมากอย่างที่คิด เวลาใช้เครื่องอุ่นนม จุดประสงค์ก็คือเพื่อให้นมที่ใส่ในขวดเก็บเอาไว้ มีอุณหภูมิพอเหมาะสมกับการดื่ม ประดุจการดื่มจากเต้านั่นเอง แต่อย่างไรก็ดี หากคุณแม่เป็นคนที่ทำงานประจำ ก็อาจจะต้องซื้อเครื่องอุ่นนมเอาไว้ เพราะว่าการอุ่นนมในน้ำร้อน ทำให้เสียคุณค่าทางสารอาหารไปนั่นเอง  2.เครื่องนึ่งขวดนมแบบอบแห้ง  นอกจากเครื่องอุ่นนมแล้ว ก็ยังมีเครื่องนึ่งขวดนมแบบอบแห้งที่ไม่สำคัญสักเท่าใดนัก เนื่องจากว่าไม่จำเป็นสำหรับการใช้งานนั่นเอง การอบแห้งจะทำให้ขวดนมมีการเสื่อมสภาพ ไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่อย่างที่คิด ดังนั้น ก็ควรที่จะเลือกใช้หม้อต้มที่เรามีอยู่ในครัวเรือนทดแทนไปก่อนได้ แต่ต้องหลีกเลี่ยงใช้รวมกับหม้อที่หุงข้าวต้มแกง เนื่องจากว่าเป็นหม้อสำหรับใช้ทำอาหาร อาจจมีการปนเปื้อนของแบคทีเรียได้นั่นเอง  3. เครื่องวัดอุณหภูมิ  สำหรับสิ่งที่บางคนคิดว่าจำเป็นแต่แท้ที่จริงแล้วไม่สำคัญก็คือเครื่องวัดอุณหภูมิหรือว่าเทอร์โมมิเตอร์นั่นเอง การใช้เทอร์โมมิเตอร์ เราจะใช้ก็ต่อเมื่อคุณพ่อคุณแม่ผสมน้ำให้ลูกน้อยได้อาบ หากว่าน้ำอุ่นหรือร้อนเกินไป ลูกน้อยก็จะร้อนและผิวเป็นแผลพุพองได้อีกด้วย อย่างไรก็ดี การใช้เครื่องวัดอุณหภูมิดูจะไม่เหมาะสมสักเท่าใดนัก เพราะสิ้นเปลืองเงินทอง แค่เอาหลังมือไปแตะน้ำเท่านี้ก็ใช้งานได้แล้วเช่นกัน  4.โต๊ะขนาดใหญ่  อ่านถึงตรงนี้แล้วหลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าโต๊ะขนาดใหญ่ มีไว้สำหรับสิ่งใดกันแน่ ต้องขอบอกเลยว่าโต๊ะขนาดใหญ่มีเอาไว้สำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อมนั่นเอง แต่หากว่าเป็นการเปลี่ยนผ้าอ้อมที่บ้าน โต๊ะขนาดใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป  เพราะว่ายุคนี้เป็นยุคของการประหยัด ดังนั้นจะดีกว่าหรือไม่ …

ทำงานอย่างไร ให้งานออกมาประสิทธิภาพสูงสุด

การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

ในการทำงานหรือการธุรกิจ จะเป็นการทำด้วยตัวเองหรือว่าจ้างคนอื่นทำ สิ่งที่เราต้องการที่สุดก็คือผลงาสนที่มีประสิทธิภาพ และในการทำงานแบบสมัยใหม่ จะเน้นการทำงานแบบที่ว่า ทำน้อยแต่ได้มาก นั่นหมายความว่าคุณไม่จำเป็นจะต้องใช้เวลานานในการทำ แต่ผลงานที่ได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ดังนั้นการจะเริ่มต้นทำธุรกิจหรือว่าทำงานใดๆ คุณต้องเข้าใจหลักการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพก่อนว่าควรจะเริ่มต้นแบบไหน เพื่อที่จะได้นำไปปรับใช้กับการทำงาน และการทำธุรกิจของคุณ วิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพ 1. วางแผนการทำงาน ก่อนเริ่มต้นทำงานอย่างจริงจัง คุณควรมีการจัดการวางแผนงานแต่ละงานก่อน ว่าควรจะเริ่มต้นทำงานอันไหนก่อนดี โดยให้เรียงลำดับตามความสำคัญของงาน งานไหนที่จำเป็นต้องทำให้เสร็จก่อน ก็ให้เลือกงานนั้น หากไม่มีการวางแผนที่ดี อาจจะทำให้คุณได้งานไม่ครบถ้วน และต้องเสียงานอย่างอื่นไปด้วย 2. ทำทีละงาน เมื่อได้แผนงานตามแผนที่ได้วางเอาไว้แล้ว ต่อไปก็ให้เลือกทำงานทีละอย่างตามขั้นตอน และระยะเวลาในการทำ และไม่ควรจะทำงานแบบจับปลาสองมือ เพราะการทำงานลักษณะนี้จะทำให้งานออกมาไม่มีคุณภาพมากพอ ถ้าหากเป็นการทำงานส่งหัวหน้า คุณก็มีสิทธิ์ได้กลับมาแก้ใหม่อีก การเลือกทำงานทีละอย่างและจดจ่ออยู่กับงานที่ทำอยู่ตรงหน้าเท่านั้น ถึงจะทำให้คุณภาพงานที่ดี 3. เลือกเวลาทำให้เหมาะสม การเลือกช่วงเวลาในการทำงานก็สำคัญเช่นกัน บางคนชอบการทำงานคนเดียว หรือชอบทำงานในช่วงกลางคืน เพราะว่ามีสมาธิในการทำงาน ดังนั้นคุณควรหาช่วงเวลาทองของคุณให้เจอ และก็ให้ทำให้เต็มที่เพื่อให้งานได้คุณภาพดี และในระหว่างการทำงานก็ไม่ควรจะทำอย่างอื่นหรืองานอื่นไปพร้อมกับงานสำคัญ เพราะนั่นจะเป็นการรบกวนการทำงานของคุณ 4. ลดงานที่ไม่จำเป็นออก หากคุณมีงานล้นมี ไม่ว่าจะเป็นงานส่วนตัวหรืองานหลักก็ตาม ให้พยายามตัดงานที่คิดว่าสำคัญน้อยที่สุดออกไปให้ได้ก่อน เพื่อที่จะให้งานที่เหลือออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด หากคุณมามัวกังวลกับงานอย่างอื่น ระหว่างที่ทำงานสำคัญ นั่นอาจจะทำให้คุณไม่มีสมาธิ และต้องรีบทำงานให้เสร็จเพื่อที่จะได้มาเริ่มงานใหม่ …

อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องใดบ้าง

การเริม่ต้นทำธุรกิจส่วนตัว

ความใฝ่ฝันของใครหลายคน ในการทำงานยุคนี้ ก็คือการเป็นนายของตัวเอง หรือที่เรียกให้เป็นทางการว่าการทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งไม่ต้องมากังวลในเรื่องของการเข้าทำงาน หรือกลัวจะมีใครมาดุด่าเหมือนกับการทำงานประจำ และที่สำคัญการทำงานประจำ เป็นโอกาสที่จะสร้างความร่ำรวยได้มากกว่าการทำงานทั่วไป แต่การจะเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัวสักอย่างนั้น ก็ไม่ได้ง่ายเหมือนกับคิดเท่าไหร่ ซึ่งเราต้องเตรียมความพร้อมหลายอย่างก่อนที่จะเริ่มต้น เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจ มาดูกันว่า การเริม่ต้นทำธุรกิจ ควรเตรียมความพร้อมในเรื่องใดบ้าง 1. ทัศนคติในการทำงาน ทัศนคติเป็นเรื่องสำคัญ และจะเป็นตัวชี้วัดเลยว่าโอกาสก้าวหน้าในการทำธุรกิจของคุณจะเป็นอย่างไร ซึ่งคนที่จะเข้ามาทำธุรกิจส่วนตัวได้ จะต้องคิดไม่เหมือนกับคนที่ทำงานประจำ ความรับผิดชอบก็มากกว่า และที่สำคัญก็คือ ความอดทนในการทำงาน และปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการทำธุรกิจ ที่ต้องอาศัยความอดทนอย่างสูง  ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดการถอดใจก่อนได้ 2. ความพร้อมในด้านข้อมูล เมื่อคุณได้ไอเดียในการทำธุรกิจมาแล้ว ต่อไปก็คือเรื่องของข้อมูล ที่ต้องเตรียมให้พร้อม ศึกษาให้ละเอียดทุกอย่าง ยิ่งถ้าหากเราไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมาก่อนเลย ก็ยิ่งต้องศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนให้ดี อย่างน้อยก็จะทำให้คุณรู้แนวทางที่ต้องระวังในเรื่องของความเสี่ยง และรู้วิธีการที่จะหลีกเลี่ยงมันได้ โดยเฉพาะในช่วงที่มีวิกฤติต่างๆ เข้ามา 3. เงินทุน การทำธุรกิจทุกอย่าง ล้วนต้องใช้เงินทุนทั้งสิ้น ส่วนจะมากจะน้อย ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณทำธุรกิจอะไร ในการทำธุรกิจครั้งแรก แนะนำว่าควรเป็นการใช้เงินทุนที่เรามีเท่านั้น ไม่ควรไปกู้มาเพื่อลงทุนเลย โดยอาจจะเริ่มเป็นธุรกิจขนาดย่อมก่อนก็ได้ เพราะถ้าหากทำแล้วไม่ได้กำไร มีความเสี่ยงสูงที่คุณจะหมดตัว ยิ่งถ้าไปกู้มาด้วย โอกาสที่จะล้มละลายก็มีมากเช่นกัน  4. …