ประเภทของยาแนว VS การตรวจสอบงานยาแนว

สั่งปูนผสมเสร็จ

บทความนี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องของประเภทยาแนว และการตรวจสอบงานยาแนวกัน ว่าประเภทยาแนว และการตรวจสอบงานยาแนวนั้นมีอะไร และขั้นตอนใดกันบ้าง ว่าแล้วก็อย่ามัวเสียเวลา เราไปหาคำตอบนั้นพร้อมๆ กันที่บทความนี้เลย

ประเภทของยาแนว

  • ยาแนว ประเภทกันเชื้อรา ตัวนี้เหมาะมากและจำเป็นสำหรับบริเวณที่มีความชื้นสูงที่เกิดเชื้อราได้ เช่น ห้องนํ้า พื้นลานซักล้าง ส่วนเปียก เพราะจะช่วยลดการเกิดเชื้อราได้ดี 
  • ยาแนว ประเภทป้องกัน UV ตัวนี้เหมาะกับการใช้งานภายนอกที่โดนแสงแดดประจำ เช่น กระเบื้องผนัง 
  • ยาแนว ประเภททนแรงดันสูง เหมาะกับการปูกระเบื้องสระว่ายนํ้า 
  • ยาแนว ประเภทร่องยาแนวเล็ก เหมาะกับการปูกระเบื้องแบบชิดมากๆ เนื้อยาแนวจะละเอียด 
  • ยาแนว ประเภทร่องยาแนวใหญ่ เหมาะกับการปูกระเบื้องแบบห่าง เนื้อยาแนวจะหยาบหน่อย

การตรวจสอบงานยาแนว

  • ขั้นตอนการตรวจสอบงานสียาแนว ปกติต้องเทียบกับสีกระเบื้อง โดยสีกระเบื้องกับสียาแนวควรมีสีใกล้เคียงกัน เช่น กระเบื้องสีขาว ยาแนวก็ควรจะเป็นสีขาวหรือสีครีม ยกเว้นกรณีพิเศษที่เจ้าของบ้านหรือผู้ออกแบบต้องการให้เกิดความแปลกตา โดดเด่น ก็อีกเรื่องนะครับ
  • ขั้นตอนการตรวจสอบขนาดร่องยาแนว โดยทั่วไปขนาดร่องยาแนวมีขนาดประมาณ 3-5 มม. ยกเว้นกระเบื้องผนังที่อาจเหลือ 1-3 มม. แต่ที่สำคัญขนาดยาแนวจะต้องมีขนาดเท่ากันตลอดในแต่ละแผง เช่น ยาแนวกระเบื้องพื้นก็ควรมีขนาดเท่ากันทั้งหมด เพราะหากมีขนาดไม่เท่ากันแสดงว่ากระเบื้องที่ปูอาจมีการเบี้ยว เอียง ไม่ได้แนว และทำให้เกิดความไม่สวยงามได้
  • ขั้นตอนการตรวจสอบผิวหน้ายาแนว ส่วนนี้ก็สำคัญ ผิวหน้ายาแนวต้องเรียบเสมอกับแนวกระเบื้อง ไม่ควรจะนูนสูงหรือตํ่ากว่ากระเบื้อง เพราะหากสูงมากใช้ไปสักพักก็จะเกิดผงฝุ่นหลุดจากส่วนที่เกินออกมา แต่หากยาแนวตํ่ากว่ากระเบื้องก็จะเป็นที่เก็บสะสมของเศษสิ่งสกปรกได้
  • ขั้นตอนการตรวจสอบคราบเชื้อรา สำหรับยาแนวกระเบื้องภายนอกที่มีความชื้น เช่น ลานซักล้าง หรือในห้องนํ้า ควรจะต้องเป็นยาแนวสำหรับป้องกันเชื้อรา ถ้ายาแนวมีคราบเชื้อรา ลักษณะเป็นคราบเก่า ด่างแสดงว่าเชื้อราขึ้น ควรแก้ไขโดยขูดออกแล้วยาแนวใหม่

ทั้งนี้ หากคุณต้องการสั่งปูนผสมเสร็จไปใช้ควบคู่กับงานยาแนว เราขอแนะนำให้คุณสั่งปูนผสมเสร็จจาก Mix Easy เลย เพราะหากคุณสั่งปูนผสมเสร็จจาก Mix Easy คุณจะได้รับสินค้าที่ดีมีมาตรฐาน แถมราคายังจับต้องได้อีกด้วย

วิธีมองหาผู้รับทําแฟลชไดร์ฟ

รับทําแฟลชไดร์ฟ

หากว่าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังอยากจะผลิตแฟลชไดรฟ์ เพื่อนำมาแจกในงานสัมมนา งานประชุมต่างๆ ก็คงจะกำลังคิดหนักใช่หรือไม่ว่าการจะเลือกผู้ผลิตนั้นเราจะมีวิธีการเลือกแบบใดจึงจะเหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ดี แฟลชไดรฟ์ ถือเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในช่วงหลังๆ เป็นอย่างมาก เพราะว่าคนจะนิยมเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์เป็นหลัก หากว่าคุณอยากได้ผู้รับทําแฟลชไดร์ฟจะมองหาอย่างไรมาดูพร้อมๆ กันเลย 

1.มีมาตรฐานการผลิต 

สำหรับใครที่อยากให้การสั่งผลิตแฟลชไดรฟ์ของคุณนั้นเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ และเป็นสินค้าที่ใช้ได้อย่างยาวนาน แนะนำเลยว่าให้เลือกผู้รับทําแฟลชไดร์ฟที่มีมาตรฐานการผลิต หรือพิจารณาโรงงานที่มีการผลิต บางคนคิดอยากจะประหยัดเงินอย่างเดียวเท่านั้น เลยสั่งสินค้าแบบพรีออเดอร์มาจากจีน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ประเทศไทยเองก็มีการผลิตสินค้าจำพวกแฟลชไดรฟ์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยสินค้าจากประเทศไทยเราก็จะมั่นใจในคุณภาพได้มากกว่า ว่าจะไม่มีการช็อต การรับไฟเกิน การทำข้อมูลหาย เป็นต้น 

2.มีการรับเงินมัดจำ 

สำหรับใครที่อยากให้การสั่งผลิตของคุณเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและประสิทธิภาพ แนะนำเลยว่าให้มองหาร้านที่มีการรับเงินมัดจำจะดีกว่า เพราะว่าการรับเงินมัดจำจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าทางบริษัทจะไม่ถูกเท อย่างไรก็ดี การที่เราจะให้เงินมัดจำกับบริษัทอะไร ก็ควรเลือกเป็นบริษัทที่มีความมั่นใจให้กับตนเองได้มากที่สุด รับรองได้เลยว่าจะสร้างความคุ้มค่าอย่างแน่นอน 

3.สร้างแบบที่ตนเองชอบ 

สำหรับสินค้าที่ต้องการนำมาแจก แนะนำเลยว่าให้เลือกแบบที่เราอยากให้คนรับรู้สึกประทับใจ ส่วนมากแล้วแฟลชไดฟ์ที่นำมาแจกในงานประชุมหรือว่าสัมมนาก็จะเป็นแฟลชไดรฟ์ที่มีการพิมพ์โลโก้ด้านบน เป็นต้น อย่างไรก็ดี อย่าลืมพิจารณาว่าการเลือกแฟลชไดรฟ์แบบใดจะดีที่สุดก็ให้เลือกแบบนั้น เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว 

และนี่ก็คือวิธีมองหาผู้รับทําแฟลชไดร์ฟ สำหรับใครที่กำลังจะมองหาของแจก แนะนำเลยว่าให้เลือกแบบที่เราอยากได้ โดยเน้นไปที่คุณภาพของสินค้าและราคาที่สมเหตุสมผล รับรองได้เลยว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน และที่สำคัญอย่าลืมดูด้วยว่าการเลือกแฟลชไดรฟ์ของเราตอบโจทย์ลูกค้าหรือว่าคนที่เข้าร่วมประชุมหรือไม่ เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับการเลือกใช้แล้ว โปรดจำไว้ว่าการจะเลือกแฟลชไดรฟ์ ให้เลือกดังที่ตนเองต้องการจะดีที่สุด และพิจารณาให้ครอบคลุมรอบด้านเพื่อตอบโจทย์การทำงานของเรานั่นเอง การสร้างความประทับใจให้คนรับเองก็สำคัญเช่นกัน 

เซตลูกโป่งพองรัก

ลูกโป่ง Congratulation

งานสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานเฉลิมฉลองในด้านการสำเร็จการศึกษาหรืองานเฉลิมฉลองในการเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงานต่างก็ล้วนเป็นงานที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ นาน ๆ ครั้งถึงจะเกิดขึ้น การจัดงานเฉลิมฉลองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เราควรจัดงานให้ออกมาอย่างเหมาะสม ถูกกาลเทศะ เหมาะกับสถานที่และโอกาสของงานนั้น ๆ หนึ่งในสิ่งของบางอย่างที่เกือบจะทุก ๆ งานต้องมีเป็นองค์ประกอบคือ ลูกโป่ง Congratulation  

องค์ประกอบที่เป็นส่วนเติมเต็มของงานเฉลิมฉลองคงหลีกหนีไม่พ้น ลูกโป่ง Congratulation โดยลูกโป่ง Congratulation นี้เป็นลูกโป่งที่มีหลากหลายลักษณะ หลากหลายรูปแบบให้เลือกซื้อเลือกใช้ในการจัดตกแต่งงานเฉลิมฉลอง อาทิเช่น ลูกโป่งรูปทรงกลมแบบปกติที่มีลักษณะของสีเป็นแบบโปร่งใส สามารถมองเข้าไปเห็นด้านในได้ ซึ่งลูกโป่ง Congratulation ในลักษณะนี้เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเราสามารถปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมสิ่งของต่าง ๆ รวมไปถึงอุปกรณ์ตกแต่งชนิดอื่น ๆ เช่น เม็ดบีตส์ของโฟมหลากสีสัน หรือกระดาษริบบิ้นสีทอง หรือแม้แต่กระทั่งตุ๊กตาหมีน้อยแสนน่ารัก เราก็สามารถนำไปเป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งในการตกแต่งงานหรือมอบเป็นของขวัญอีกอย่างหนึ่งได้ 

คุณสมบัติเฉพาะของลูกโป่ง 

คุณสมบัติของลูกโป่ง Congratulation นั้นคือทำมาจากเนื้อพลาสติกที่มีความยืดหยุ่นสูง มีความโปร่งใส ซึ่งส่วนมากผลิตมาจาก PolyChloroprene หรือที่เรียกกันว่ายางนีโอพรีน ซึ่งมีคุณสมบัติในการทนทานต่อแรงตึงผิว จุดเด่นในข้อนี้เองจึงเป็นที่นิยมที่นำยางนีโอพรีนไปผลิตทำเป็นลูกโป่งอย่างที่เราเห็นในปัจจุบันนั่งเอง ส่วนของความใสของยางนั้นเราสามารถปรับเปลี่ยนได้โดยการลดอุณหภูมิการตกผลึกของยางในกระบวนการผลิต ซึ่งปริมาณผลึกที่เกิดขึ้นที่แตกต่างกันนั้นจะทำให้ลูกโป่งมีความใสที่แตกต่างกัน 

แก๊สที่ใช้บรรจุในลูกโป่ง 

โดยแก๊สที่ใช้ในการบรรจุหรือทำให้ลูกโป่งนั้นพองตัวส่วนใหญ่เราจะใช้แก๊สอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน คือ แก๊สไฮโดรเจน และแก๊สฮีเลียม โดยความต่างของแก๊ส 2 ชนิดนี้เมื่อบรรจุอยู่ในลูกโป่ง Congratulation แล้วจะทำให้เกิดคุณสมบัติบางประการที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้ 

  • ลูกโป่ง Congratulation ที่บรรจุด้วยแก๊สไฮโดรเจนจะแตกง่ายกว่า เนื่องจากแก๊สไฮโดรเจนเป็นแก๊สที่มีความสามารถในการติดไฟสูง จึงไม่เหมาะสมมากนักเมื่อใช้ในงานที่อยู่บริเวณกลางแจ้ง เพราะเสี่ยงต่อการแตกและติดไฟ 
  • ลูกโป่ง Congratulation ที่บรรจุด้วยแก๊สฮีเลียมจะทำให้ลูกโป่งนั้นแตกยากกว่า สามารถใช้งานในสถานที่ที่เป็นกลางแจ้งได้ เพราะแก๊สฮีเลียมนั้นจัดเป็นแก๊สเฉื่อยต่อปฏิกิริยาทางเคมีและความร้อน จึงทำให้ลุกโปงนั้นสามารถพองตัวได้นานกว่า และผู้คนส่วนใหญ่ก็นิยมใช้แก๊สฮีเลียมในการทำให้ลูกโป่ง Congratulation พองตัวในปัจจุบัน 

มอเตอร์แบบไหน ใช้งานกับอะไรบ้าง

Induction motor

ปัจจุบันนั้นมอเตอร์ไฟฟ้านั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลไกที่สำคัญอย่างมากในชีวิตประจำวัน เพราะว่าสินค้าเกิอบจะทุกชนิดนั้นจะต้องมีการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยเพื่อทำให้กลไกขอฃสินค้านั้น ๆ ทำงานได้ดียิ่งขึ้น  โดยหลักการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้านั้นค่อนข้างจะง่ายอย่างมากนั้นคือการเปลี่ยนพลังงาน ไฟฟ้า ให้เป็นพลังงานกล ดังนั้นในบทความนี้สำหรับคนที่ยังสงสัยว่ามอเตอร์นั้นถูกใช้งานกับอะไรบ้าง เรามาลองดูกันดีกว่านะครับว่ามอเตอร์นั้นถูกนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอะไรบ้าง 

มอเตอร์ไฟฟ้าเหนี่ยวนำ  (Induction motor

มอเตอร์ชนิดนี้นั้นจถูกเรียกว่า “มอเตอร์แบบ “อะซิงโครนัส”  เนื่องด้วยการเคลื่อนที่นั้นจะไม่เคลื่อนที่ด้วยอัตราที่ไม่คงที่  หรือ อาจจะหมุนช้ากว่า ความถี่ที่ให้มา ความเเตกต่างระหว่างความเร็ว  จึงทำให้มอเตอร์ชนิดนี้นั้นมีการใช้งานที่หลากหลายอย่างมาก เพราะด้วยการทำงาที่ง่ายจึงเป็นมอเตอร์ที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายอย่างมากในการใช้งาน 

มอเตอร์อุตสาหกรรม (industrial motor) 
มอเตอร์อุตสาหกรรม นั้นเป็นอีกหนึ่งในมอเตอร์ที่มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะว่าการใช้ประโยน์นั้นจะตรงตัวตามชื่อเลยนั้นคือ ใช้ในงานอุตสาหกรรม ในระยะยาวทำให้การทำงานของมอเตอร์นั้นเรียกว่าทำงานแทบจะตลอดเวลา จึงทำให้ชนิดนี้นั้นถูกใช้งานในอุตสาหกรรมที่หลากหลายโดยอุตสาหกรรมนั้นจะนำไปใช้ เช่สายพานลำเลียง เครื่องเป่าลม และ เครื่องจักรอื่น ๆ อีกมากมายที่จะต้องใช้งานมอเตอร์เพื่อให้ทำงานตามประสิทธิผลที่ต้องการ 

เซอร์โวมอเตอร์ (servo motor) 

ในท้องตลอดนั้นมอเตอร์ชนิดนี้นั้นค่อนข้างจะเป็นที่นิยมอย่างมากเพราะว่า มอเตอร์ชนิดนี้นั้นสามารถควบคุมระยะใกลได้ดีอย่างมาก และไม่จำเป็นต้องใช้ความเเม่นยำสูง โดบจะพบเห็นได้หลากหลายอย่างมากเช่น รถของเล่น RC และของเล่นอื่น ๆ โดยตัวมอเตอร์ชนิดนี้เองนั้นสามารถเป็นได้ทั้ง AC servo หรือ DC serv  สามารถที่จะรองรับกระเเสไฟได้มากขึ้น และจะนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมได้ด้วยเช่นกันจึงทำให้เป็นที่นิยมในท้องตลาดอย่างมาก 

มอเตอร์แบบมีแปรงถ่าน (brushed) 

มอเตอร์ชนิดนี้นั้นเป็นอีกหนึ่งมอเตอร์ที่มีการพบเห็นได้ทั่วไปโดยมอเตอร์ชนิดนี้นั้น จะใช้อย่างมากในเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากยกตัวอย่างเช่น ของเล่นรถยนต์ โดยมีการใช้การควบคุมทิศทางของมอเตอร์ เช่นทำให้รถสามารถเดินหน้าถอยหลังได้ มอเตอร์ชนิดนี้นั้นกระกวนการผลิตนั้นไม่ซับซ้อนจึงไม่มีราคาที่เเพง มีความเร็วรอบที่ต่ำ ข้อเสียคือ ต้องเปลี่ยนแปลงถ่านเพราะว่าสามารถเกิดความสึกหรอได้ เพราะความร้อย 

มอเตอร์แบบสั่น (vibration motor) 

เชื่อว่าหผลายคนนั้นอาจจะเคยได้ยิน และ เคยสัมผัสมอเตอร์ตัวนี้มาบ้างแล้ว กับมอเตอร์แบบสั่น เพราะว่าเป็นมอเตอร์ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น การสั่นของโทรศัพท์ Smart Phone หรือการสั่นจาก Joy Stick  หรือ คอลโทรเลอร์เกม นั้นก็ล้วนมาเกิด ซึ่งการสั่นทั้งหมดนี้นั้นล้วนเกิดจากมอเตอร์แบบสั่นทั้งสิ้น   

ดังนั้นจะเห็นว่ามีหลากหลายมอเตอร์อย่างมากที่ถูกใช้งานซึ่งแต่ละมอเตอร์เองก็มีหน้าที่ในการทำงานที่แตกต่างกัน ดังนั้นจะเห็นว่ามอเตอร์นั้นปัจจุบันนั้นมีผลต่อการใช้ชีวิตของเราอย่างมาก และยังมีความสำคัญอย่างมากต่อหลากหลายอุตสาหกรรมด้วยนะครับไว้ในบทความหน้าเราจะมาพูดถึงเรื่องอะไรของมอเตอร์กันบ้างรอติดตามกันได้เลยนะครับ 

หรือไม่ส่งพัสดุ ในพื้นที่ห่างไกลบวกค่าบริการเพิ่ม

ส่งพัสดุ

เมื่อพูดถึงการขนส่งสินค้าผ่านทางผู้ให้บริการทางไปรษณีย์ ทั้งบริการของภาครัฐและภาคเอกชน ก็จะมีการคิดค่าบริการพิเศษ ในกรณีที่คุณส่งพัสดุไปในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งหลาย ๆ คน อาจจะไม่เคยทราบมาก่อนว่า ค่าบริการนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร และทำไมถึงจะต้องมีการบวกค่าขนส่ง เพิ่มเติมจากการขนส่งตามปกติด้วย ซึ่งในบทความนี้เราก็จะมาแนะนำความรู้ดี ๆ ให้คุณผู้อ่านได้ทราบกัน

แนวทางการคำนวณค่าส่งพัสดุในปัจจุบัน

สำหรับการคิดค่าบริการขนส่งพัสดุจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ก็จะมีการคำนวณตามน้ำหนัก, ตามขนาดกล่องและตามระยะทางที่ใช้ในการส่งเงิน ซึ่งในปัจจุบันด้วยความที่ผู้ให้บริการขนส่งสินค้ามากขึ้น ขนส่งแต่ละเจ้า ก็ย่อมมีการแข่งขันกัน  เพื่อที่จะเป็น 1 ในตลาด ไม่ว่าจะเป็นการจัดการให้บริการที่ดีขึ้นทั้งหน้าร้านและทางเจ้าหน้าที่ที่ทำการขนส่งสินค้า และในขณะเดียวกันค่าบริการก็จะถูกลง หรือมีการคิดโปรโมชั่นต่าง ๆ เช่น โปรโมชั่นขนส่งของวันอาทิตย์ ลดราคา 50% หรือ การขนส่งสินค้าขนาดเล็ก ที่เป็นซองกระดาษใช้ซองของทางผู้ให้บริการขนส่งฟรี เช่นนี้เป็นต้น ทำให้เกิดกระบวนการโลจิสติกส์ที่มีความทันสมัย และดีกว่า มีทางเลือกให้ผู้บริโภคมากกว่าในอดีต

ค่าส่งพัสดุในพื้นที่ห่างไกล

สำหรับค่าส่งพัสดุพื้นที่ห่างไกลนี้ นอกจากจะเป็นการส่งนอกเหนือที่อยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้ว ยังจะต้องเป็นพื้นที่ที่เดินทางเข้าไปอย่าง บางแห่งไม่สามารถขับรถเข้าไปได้ ผู้ให้บริการขนส่งก็จะต้องเดินทางเท้า, ขับรถมอเตอร์ไซค์ หรือขับจักรยานเพื่อที่จะเข้าไปส่งสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ให้บริการขนส่งพื้นที่ห่างไกล ก็จะมีการบวกค่าขนส่งเพิ่มจากค่าขนส่งปกติ ขั้นต่ำ 50 บาท ในกรณีที่พื้นที่ห่างไกลนั้นอยู่ห่างจากจังหวัดที่คุณอยู่ ก็จะยิ่งบวกราคาเพิ่มมากขึ้น และระยะเวลาที่จะใช้ในการขนส่งนั้นก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย การใช้เวลาขนส่งปกติจะอยู่ที่ 1 – 2 วัน แต่การขนส่งในพื้นที่ห่างไกลจะอยู่ที่ 3 – 4 วัน สำหรับพื้นที่ห่างไกล มีทั้งการขนส่งบนดอย, ภูเขา, เกาะในทะเลในจังหวัดต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น

  • ภาคกลาง เช่น ทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี 3 วัน หรือสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี 3 วัน เป็นต้น
  • ภาคตะวันออก เช่น เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี 4 วัน หรือเกาะกูด จังหวัดตราด 4 วัน เป็นต้น
  • ภาคเหนือ เช่น ดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ 3 วัน หรืออุ้มผาง จังหวัดตาก 3 วัน เป็นต้น
  • ภาคใต้ เช่น เบตง จังหวัดยะลา 3 วัน หรือเมืองยะลา จังหวัดยะลา 3 วัน เป็นต้น

พื้นที่ให้บริการส่งพัสดุพื้นที่ห่างไกลที่เรายกตัวอย่าง คงจะทำให้คุณเห็นภาพมากขึ้นว่า ผู้ให้บริการจะต้องใช้ความพยายามเพื่อนสินค้าขนส่งให้ถึงที่หมายอย่างรวดเร็วที่สุด และทำให้สินค้านั้นมีความปลอดภัยมากที่สุด และยังมีการกำหนดพื้นที่ห่างไกลในจังหวัดอื่น ๆ อีกมากมาย ก่อนที่คุณจะใช้บริการก็ขอให้ตรวจสอบค่าขนส่งให้ดี เผื่อที่จะต้องไปเก็บเพิ่มเติมกับผู้รับ จะได้มีการขนส่งที่เข้าใจตรงกันมากขึ้น

การเลือกหางานจากเว็บไซต์หางาน เลือกอย่างไรให้ได้งาน

เว็บสมัครงาน

เว็บไซต์หางานนั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งในสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกของเราอย่างมาก ที่จะช่วยให้เราหางานได้ ซึ่งในปัจจุบันนั้นมีการเลือกจากเว็บไซต์ที่หลากหลายอย่างมาก ในการเลือกเว็บไซต์หางาน  และ หลายคนนั้นอาจจะเลือกหางานจาก “เว็บสมัครงาน”  ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของ การเลือกหางานจาก เว็บสมัครงานกันดีกว่านะครับว่าในการหางานผ่านเว็บไซต์ “เว็บสมัครงาน” นั้นเราจะเลือกอย่างไรให้ได้งาน  

อัพเดตสถาณะตัวเองเสมอ ว่าพร้อมเริ่มงานหรือไม่   

อย่างแรกเลยนั้นคือในเรื่องของ “ความพร้อม” ในการการเริ่มงานว่าปัจจุบันนั้นเราพร้อมจะเริ่มงานหรือไม่ หรือ ตัวเรานั้นทำงานกับบริษัทอะไรอยู่หรือไม่  เพื่อที่จะทำให้คนที่มาติดต่อหางานของเรานั้นรู้ว่าเรานั้นพร้อมจะเริ่มงานหรือไม่ เพื่อทำให้โอกาสนั้นมีมากขึ้นหากว่าเรานั้นยังว่างงานอยู่  ดังนั้นหากว่าเรานั้นยังไม่ได้เริ่มงานที่ใดก็ควรอัพเดตไว้ให้พร้อมนะครับ  

อัพเดตความสามารถของตัวเอง  

อีกนหนึ่งเรื่องที่สำคัญนั้นคือในเรื่องของ “การอัพเดต” ความสามารถของตัวเอง นั้นสำคัญอย่างมากนะครับ เพราะว่าหากว่าเรานั้นไม่มีการอัพเดตความสามารถพิเศษต่าง ๆ เลยอาจจะทำให้การหางานของเรานั้นยากขึ้นจากเว็บไซต์หางานนนะครับ ดังนั้นการที่เราจะได้รับงานนั้นเราควรที่จะอัพเดตความสามารถต่าง ๆ ของตัวเองไว้ในเว็บไซต์ต่าง ๆ ด้วยนะครับ เพื่อทำให้ผู้หางานนั้นเห็นความสามารถของเรานั้นเอง 

เลือกงานที่ตรงกับจังหวัดของตัวเอง  

อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญนั้นคือ”การเลือกหางาน ให้ตรงกับจังหวัดของตัวเอง” เพราะว่าหากว่าเรานั้นเลือกงานที่ไม่ตรงกับจังหวัดของตัวเองนั้นอาจจะทำให้เรานั้นหางานได้ยากขึ้นนะครับ ดังนั้นเราควรที่จะหาเลือกงานที่ตรงกับจังหวัดของตัวเองหรืองานที่เมีภายในจังหวัดนะครับ เพราะว่าบางครั้งนั้นงานที่เราหาอาจจะไม่มีภายในจังหวัดของเราก็ได้ ดังนั้นในการหางานนั้นเราควรหางานที่มีภายในจังหวัดที่เราอยู่นะครับ  

อัพเดตโปรไฟล์เสมอ  

เมื่อย้ายจังหวัดไปจังหวัดอื่น หรือมีการย้ายไปที่ไหนก็ตามให้เรานั้นทำการอัพเดตโปรไฟล์ของเราในเว็บไซต์หางเหล่านั้นด้วยนะครับเพราะว่าจะทำให้เรานั้นสามารถถูกมองเห็นจากเว็บไซต์ในพื้นที่ได้ง่ายขึ้น ดังนั้นสำหรับคนที่ย้ายจังหวัดไปไหนก็ตามให้เรานั้นทำการอัพเดตโปรไฟล์ของเราในเว็บไซต์หางานเพื่อทำให้การหางานของเรานั้นง่ายขึ้นอย่างมากนะครับ  

อย่าพยายามเลือกงานที่อยากทำอย่างเดียว  

บางทีการเลือกงานนั้นอาจจะทำให้เรานั้น ไม่ได้งานก็ได้นะครับ ดังนั้นให้เรานั้นลองเลือกหาจากงานที่หลากหลายดูบ้างก็ได้นะครับ เพื่อทำให้การหางานของเรานั้นง่ายขึ้นอย่างมาก เรานั้นควรที่จะมองหางานที่หลากหลายไว้ด้วยเช่นกัน 

ดังนั้นการหางานผ่านเว็บไซต์หางานนั้นเราควรที่จะอัพเดตข้อมูลเสมอนะครับ นเพื่อทำให้การหางานของเรานั้นง่ายขึ้น และทำให้การหางานของเรานั้นได้ประสิทธิภาพมากที่สุด และ เราควรที่จะมองหาจากหลากหลายเว็บไซต์ในการหางานเพื่อทำให้การหางานของเรานั้นสามารถหางานที่ต้องการได้มากขึ้นนะครับ  

ไขข้อสงสัยธุรกิจร้านดอกไม้ มีรูปแบบอย่างไรบ้าง

ในปัจจุบันการมอบดอกไม้ ถือเป็นอีกหนึ่งในสัญลักษณ์ที่จะสามารถพบเห็นได้บ่อยครั้ง ดังนั้นดอกไม้จึงเป็นบทบาทที่สำคัญต่อชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมาก อีกทั้งคงไม่มีผู้หญิงคนไหน ที่ไม่ชอบดอกไม้อย่างแน่นอน จึงทำให้ในปัจจุบันมีธุรกิจ ร้านดอกไม้ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และเมื่อในเทศกาลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น วันวาเลนไทน์ วันรับปริญญา ดอกไม้เหล่านี้มักจะมีราคาที่สูงขึ้นเป็นเท่าตัว แต่ถึงแม้จะมีราคาแพงขนาดไหน ก็ไม่ได้ทำให้ลูกค้าลดน้อยลง เพราะฉะนั้นวันนี้ไปดูรูปแบบการเปิดให้บริการร้านดอกไม้กันเลยดีกว่า 

ทำความรู้จักกับรูปแบบธุรกิจร้านดอกไม้ 

  • ธุรกิจการรับดอกไม้มาขายแบบง่าย ๆ : สำหรับใครที่ยังไม่มีความรู้ในเรื่องของดอกไม้มากมายนัก บวกกับยังไม่มีเงินทุนมากเพียงพอต่อการเปิดธุรกิจ แต่ต้องการขายดอกไม้ การรับดอกไม้มาขายแบบง่าย ๆ นั้น ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะถึงแม้จะเป็นแค่การหาลูกค้า การรับดอกไม้มา และขายออกไป ก็สามารถเพิ่มมูลค่าการซื้อขายได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว และยิ่งขายเป็นช่วงเทศกาล หรืองานสำคัญ กำไรที่ได้นั้น จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวแน่นอน 
  • ธุรกิจขายดอกไม้ และจัดช่อดอกไม้ : ถ้าหาเจ้าของธุรกิจท่านไหนที่พอจะมีความรู้อยู่บ้าง บวกกับมีเงินทุนมาพอสมควรที่จะเปิดธุรกิจร้านดอกไม้เองได้ และที่สำคัญเจ้าของกิจการมีความสามารถในการจัดช่อดอกไม้ได้ การเปิดธุรกิจร้านดอกไม้ จะเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ง่ายเลยทีเดียว เนื่องจากการจัดดอกไม้จะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ดอกไม้ที่มีราคาไม่แพง เมื่อมารวมกันเป็นช่อแล้ว จะให้ราคาสูงได้อย่างไม่น่าเชื่อ อย่างเช่น ราคาดอกไม้ในช่อรวม ๆ กันอาจจะแค่หลักร้อย แต่เมื่อมีการจัดตกแต่งเพิ่มความสวยงามให้แก่ช่อดอกไม้ลงไป อาจจะขายได้ในราคาหลักพันเลยทีเดียว 

สำหรับธุรกิจร้านดอกไม้ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะต้องมีการบริการที่ดี เพราะส่วนใหญ่แล้วร้านดอกไม้จะมีลูกค้าขาจรค่อนข้างเยอะ ดังนั้นเจ้าของกิจการควรจะมีความรู้ และแนะนำลูกค้าได้ว่า ดอกไม้ชนิดไหนเหมาะสำหรับการใช้งานแบบไหน รวมทั้งเอกลักษณ์ของดอกไม้เป็นอย่างไร เพื่อเป็นตัวช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น  

อีกทั้งในเรื่องการจัดช่อดอกไม้ ควรจะสอบถามลูกค้าก่อนว่า ชื่นชอบช่อดอกไม้รูปแบบใด เพื่อที่จะจัดให้ตรงตามความต้องการให้มากที่สุด ดังนั้นหากใครที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจร้านดอกไม้ จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ และมีความชื่นชอบในเรื่องนี้เป็นหลัก เพราะจะต้องศึกษารายละเอียดของดอกไม้ และดูแลรักษาดอกไม้อยู่ตลอดเวลา ถ้าหากเริ่มต้นด้วยความชอบ จะช่วยให้ทำธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน 

ผลค้างเคียง ที่ไม่ดี ในการทำเสน่ห์ที่เรานั้นอาจจะยังไม่รู้

การทำเสน่ห์นั้นเราคงจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นหนึ่งในความเชื่อที่มีอย่างยาวนาน และ ในเรื่องของพิธีกรรมสถานที่ ที่ทำเสน่ห์ ต่าง ๆ รวมถึงการใช้อำนาจคุณไสยต่าง ๆ แม้แต่ในปัจจุบันก็ตามก็ยังมีความเชื่อในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นการทำคุณไสย์นั้นต่างมีข้อดี และ ข้อสียด้วยเช่นเดียวกันนั้นเอง  ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาพูดถึง ผลค้างเคียง หรือ สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หากเกิดความผิดพลาดในการทำเสน่ห์ และ คุณไสย์นะครับ  

เป็นบาปติดตัว  

เรื่องของบาป บุญ คุณ โทษ นั้นเรารู้ดีว่าไม่มีอะไรที่พิสูจน์ ได้เลย และ หนึ่งในสิ่งที่อาจะเกิดขึ้นในการทำเสน่ห์นั้นคือ “การมีบาปติดตัวตลอดชีวิต” ซึ่งถ้าถามว่าทำไมถึงเป็นบาปเพราะว่าถ้าหากว่าเราทำเสน่ห์ด้วยเหตุผลเหล่านี้จะทำให้เรานั้นบาปติดตัวไปตลอดนั้นคือ การทำเสน่ห์เพื่อผิดลูก ผิดเมียคนอื่น  การทำเสน่ห์เพื่อต้องการกักขังหน่วงเหนี่ยว การทำเสน่ห์เพื่อต้องการทำร้ายร่างกาย และ ยังมีอีกหลากหลายเหตุผลที่จะทำให้การทำเสน่ห์นั้นมีบาปติดตัวเรา  

การเป็นคนสติไม่ดี  

เป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่ยังไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าหากว่าการทำเสน่ห์นั้นจะเกิดความผิดพลาด และ จะมีสติที่ครบถ้วน หรือ อาจจะกลายเป็น “คนบ้า” ได้นั้นเองไม่ว่าจะเป็นทั้งตัวผู้ทำเสน่ห์ให้ หรือ ผู้ที่โดนทำเสน่ห์ และ แม้แต่ผู้ที่ขอร้องให้ทำเสน่ห์เองก็มีสิทธิ์ที่จะกลายเป็นคนที่มีสติไม่ครบถ้วนได้นั้นเอง  

เสียชีวิต  

อีกหนึ่งผลค้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้เลยนั้นคือ “การเสียชีวิต” ของทั้งผู้ที่ทำเสน่ห์  หรือผู้ที่ถูกทำเสน่ห์เพราะเกิดความผิดพลาด โดยสำหรับผู้ที่ถูกทำเสน่ห์นั้นจะเกิดขึ้นได้ง่ายมากหากว่าคนที่ทำเสน่ห์ใส่ตัวเขานั้นจากโลกไปก่อน ตัวผู้ที่โดนทำเสน่ห์ใส่นั้นก็พร้อมจะจากโลกไปนี้ตามไปอย่างไม่ลังเล เนื่องจากว่ารักมาก 

เสียการ เสียงาน  

ในเรื่องของการงานเอง ก็สำคัญอย่างมากด้วยเช่นกัน ซึ่งมีเรื่อเง่าว่ามีครั้งหนึ่งที่เคยมีคนโดนทำเสน่ห์จนไม่ทำงาน ทำการอะไรเลย สุดท้ายก็เสียทั้งหน้าที่การงาน เพราะว่าการโดนทำเสน่ห์เนื่องจากว่า “รักมากเกินไป” จนไม่ทำงานทำการ วัน ๆ เอาแต่เพ้อถึงคนรักของตัวเอง จนในที่สุดก็เสียงานที่เลี้ยงดูตัวเองไป และ กลายเป็นคนสติไม่ดี  เพราะว่าเกิดจากการทำเสน่ห์นั้นเอง  

การทำเสน่ห์นั้นไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องที่ผิดแปลกอะไร เพราะว่าคนไทยเราเองก็อยู่คู่กับการทำเสน่ห์มาอย่างยาวนาน แต่ว่าการทำเสน่ห์นั้นมี 2 รูปแบบนั้นคือ การทำเสน่ห์สายขาว และ การทำเสน่ห์สายดำ ซึ่งการทำเสน่ห์นั้นเราควรที่จะศึกษาให้ดีก่อนที่คิดจะทำเสน่ห์นะครับ เพราะว่ามีผลร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน หรือ ในการทำเสน่ห์นั้นเราควรหาผู้ที่มีวิชาอาคมแกร่งกล้าจริง ๆ มาทำเสน่ห์ให้กับเราจะดีกว่านะครับเพื่อป้องกันเรื่องร้าย ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเรานะครับ  

ข้อดีการจ้างผู้รับเหมาบริการรับสร้างบ้าน

 สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะมีบ้านเป็นของตัวเอง ปัจจุบันก็มีอยู่หลายทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้านในโครงการไม่ว่าจะเป็นบ้านใหม่หรือมือ 2  หรือบ้านนอกโครงการที่มีการประกาศขาย และที่เรากำลังจะพูดถึงก็คือผู้ที่ต้องการจะสร้างบ้านเองโดยมีที่ดินอยู่แล้ว โดยการสร้างนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือจ้างผู้รับเหมา ซึ่งเราจะมาพูดถึงข้อดีการจ้างผู้รับเหมาบริการรับสร้างบ้านกัน 

 ผู้รับเหมาในปัจจุบันนั้นหลัก ๆ ก็แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทก็คือ 

1. แบบที่ดำเนินการในลักษณะรูปแบบของบริษัทอย่างชัดเจน มีการรับสร้างบ้าน หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ เป็นหลัก 

2. แบบที่รับสร้างบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทำแบบนิติบุคคล แบบนี้จะมีการดำเนินการที่ค่อนข้างจะครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบบ้านใหม่ หรือมีแบบบ้านสำเร็จให้เลือกสร้าง โดยมีทีมงานครบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการตลาด ฝ่ายขาย มีวิศวกรควบคุมงาน และมีสถาปนิกที่คอยออกแบบบ้านให้กับลูกค้า รวมไปถึงช่างที่มีประสบการณ์ 

3. ผู้รับเหมาบริการรับสร้างบ้านที่รับงานด้วยตัวเอง ผู้รับเหมาประเภทนี้เรามักจะเห็นในงานก่อสร้างทั้งหลัง รวมไปถึงการเติมส่วนต่าง ๆ ของบ้านเช่น โรงรถ ทำรั้ว ทำกันสาดเป็นต้น ซึ่งผู้ที่รับงานก็จะเป็นช่างที่มีฝีมือ และประสบการณ์สูงหลาย ๆ ส่วนใหญ่ผ่านงานกับ บริษัทรับเหมา และแบบนิติบุคคลมาแล้ว 

ซึ่งผู้รับเหมาทั้ง 3 ประเภทก็ถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างบ้าน เพราะนอกจากที่จะมีฝีมือที่ดี มีประสบการณ์สูง ยังต้องเข้าใจถึงความต้องการของผู้ที่ต้องการจะสร้างอย่างถ่องแท้ 

ข้อดีของการใช้บริการรับสร้างบ้านจากผู้รับเหมา 

​ แน่นอนว่าข้อดีจากการจ้างผู้รับเหมานั้นมีจุดเด่นที่แตกต่างออกไปจากการซื้อบ้านแบบสำเร็จรูปพร้อมขายดังนี้ 

 ผู้ว่าจ้างสามารถยืดหยุ่นได้เช่นการเพิ่มเติมแบบบ้านได้โดยที่สามารถพูดคุยต่อรองในเรื่องราคากับผู้รับเหมาได้โดยตรง แต่หากเลือกซื้อบ้านแบบสำเร็จรูปหากจะต่อเติมหรือเพิ่มเติมก็ต้องจ่ายมากกว่าก็ต้องจ่ายต่างหาก เพื่อจ้างช่างในการดำเนินการ 

 ผู้ว่าจ้างสามารถวางงบประมาณได้อย่างต้องการ รวมไปถึงการต่อรองราคากับผู้รับเหมาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยหากไปซื้อบ้านแบบสำเร็จรูป 

 ผู้ว่าจ้างสามารถเลือกใช้วัสดุในการก่อสร้างได้ตามที่ต้องการ รวมถึงสามารถตรวจงาน และความคืบหน้าได้อย่างเต็มที่ 

 ส่วนใหญ่ผู้รับเหมาจะเหมาทั้งค่าแรงรวมไปถึงวัสดุในการก่อสร้าง ทำให้ผู้ว่าจ้างสามารถควบคุมงบประมาณได้ ทำให้งบไม่บานปลายหาก (จะบานปลายก็อาจจะมาจากการเพิ่มเติมส่วนอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากในแบบ)  

 ผู้ว่าจ้างสามารถสั่งแก้ไขได้ ได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดปัญหาขึ้นจากความผิดพลาดของผู้รับเหมา เช่น ผนังร้าว หรือมีการแตกหักเสียหายอื่น ๆ  

 บ้านเสร็จเร็วขึ้นเพราะผู้รับเหมาจะพยายามทำให้บ้านเสร็จโดยเร็วเพื่อลดต้นทุน อย่างเช่นค่าแรง  

ทั้งหมดนี้ข้อดีการจ้างผู้บริการรับสร้างบ้าน หรือผู้รับเหมาซึ่งก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีหากต้องการจะสร้างบ้านด้วยตัวเอง 

กำจัดปลวกแบบไร้สารเคมี ด้วยวิธีธรรมชาติ

ปัญหาที่หนักอกหนักใจสำหรับคนรักบ้าน ก็คงไม่พ้นการที่ปลวกจอมแทะที่มักจะมาสร้างความเสียหายให้กับตัวบ้าน โดยเฉพาะบ้าน และเฟอร์นิเจอร์ ที่ทำจากไม้ วิธีแก้ปัญหาก็คือต้องจ้างบริษัทมากำจัดปลวก แต่ก็มีเจ้าของบ้านหลาย ๆ คนเกี่ยวกับสารเคมีที่อาจจะตกค้างที่อาจจะส่งผลต่อสุขภาพได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือกำจัดปลวกด้วยวิธีธรรมชาติ ซึ่งก็มีดังนี้ 

ใช้ใบขี้เหล็ก 

วิธีนี้ให้ใช้ใบขี้เหล็ก 5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร โดยนำใบขี้เหล็กมาทำให้ละเอียด แล้วนำไปผสมกับน้ำเปล่า แล้วนำไปใส่ขวดพ่นสเปรย์ หรือถังสำหรับพ่น แล้วน้ำไปฉีดบริเวณที่ปลวกขึ้น ประมาณ 1สัปดาห์ ปลวกก็จะค่อย ๆ หายไป 

กำจัดปลวกด้วยน้ำส้มสายชู 

วิธีนี้หากต้องการให้ใช้ได้ผลมากขึ้นควรบีบมะนาวลงไปผสมกับน้ำส้มสายชูด้วย โดยใช้มะนาวครึ่งลูก ต่อน้ำส้มครึ่งถ้วย หลังจากน้ำผสมลงไปในน้ำเปล่าในปริมาณที่เท่ากัน แล้วจำไปใส่ขวดสเปรย์ แล้วนำไปพ่นบริเวณที่พบปลวก ไม่นานปลวกก็จะหายไป  

ใช้น้ำมันสะเดา 

วิธีนี้อาจจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนักเพราะเห็นผลช้า การพ่นก็ต้องโดนตัวปลวก แต่ข้อดีก็คือน้ำมันสะเดาจะช่วยในการหยุดแพร่พันธุ์ของปลวก วิธีทำคือใช้น้ำมันสะเดาพ่นหรือทาบริเวณที่เป็นไม้ หรือจุกที่มันชอบมากัดกิน  

สมุนไพรพื้นบ้าน 

สมุนไพรพื้นบ้านก็เป็นจำพวก ข่า ตะไคร้ กระเทียม หอมแดง เครื่องเทศต่าง ๆ ก็สามารถกำจัดปลวกได้เช่นกัน วิธีทำก็คือนำไปบดหรือปั่นรวมกันให้ละเอียด จำนวน 2 กก. แล้วนำไปผสมกับเหล้าขาว 35 ดีกรี 1 ขวด หลังจากน้ำเติมน้ำเปล่าเข้าไปผสมอีก 20 ลิตร ปิดฝาภาชนะให้แน่น ทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วจึงนำไปฉีดจุดต่าง ๆ ที่ปลวกชอบขึ้น แล้วปลวกก็จะเริ่มหายไปเอง 

 เกลือ 

เกลือถือเป็นของหาง่ายทุก ๆ บ้านต้องมี และราคาไม่แพงอีกด้วย วิธีการใช้กำจัดปลวกนั้นก็ให้น้ำเกลือไปผสมน้ำอุ่นในปริมาณที่เท่ากัน คนจนเกลือละลายแล้วนำไปใส่ขวดสเปรย์ แล้วไปพ่นตามจุดที่ปลวกขึ้นไม่เกิน 5 วันรับรองปลวกหายแน่นอน 

ใช้พริกป่น 

เมื่อเกลือมาแล้วจะขาดพริกป่นได้ยังไง วิธีใช้พริกป่นไล่ปลวกก็ง่ายมากแค่เพียงเรานำพริกป่นไปโรยตามจุดต่าง ๆ ที่ปลวกขึ้นประมาณ 1 สัปดาห์ ความเผ็ดร้อนของพริกป่น จะช่วยไล่ให้พวกมันออกจากบ้านไป หรือไม่ก็อาจจะทำให้พวกมันตายไปเลย 

นี่เป็นวิธีง่าย ๆ ในการกำจัดปลวกแบบไร้สารเคมี ด้วยวิธีธรรมชาติ แต่อย่างไรก็ดีไม่ใช่ว่าพวกมันหายไปแล้วจะไม่กลับมาอีก ดังนั้นควรต้องหมั่นตรวจและสังเกตส่วนต่าง ๆ ของอยู่เป็นประจำ และหากไม่อยากต้องมานั่งปวดหัวกับปัญหาเหล่านี้ ทางที่ดีก่อนสร้างบ้านควรจะวางระบบกันปลวกไว้ด้วยถึงจะปลอดภัยที่สุด